ชาวสวิสผู้ผูกพันกับวิถีไทยพุทธ

Posted by

บทความจากชาวสวิสท่านหนึ่งที่แม้จะอาศัยอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์แต่มีชีวิตที่ผูกพันกับวัฒนธรรมประเพณีโดยเฉพาะพระพุทธศาสนาเสมอมา ประหนึ่งว่าเป็นเรื่องราวของชาวสวิสที่อยู่ในประเทศไทย (Swiss Stories in Thailand) เลยทีเดียว โดยได้รับเกียรติจากคุณ Alkan Göcmen CEO ของบริษัท Peter Fuchs Technology Group บริษัทวิศวกรรมขนาดกลาง ที่เป็นผู้ผลิตเครื่องจักรกลสำคัญในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของสวิตเซอร์แลนด์

คุณ Alkan ถือเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจของสวิตเซอร์แลนด์ แต่น้อยคนนักจะทราบว่า คุณ Alkan เป็นหนึ่งในชาวสวิสที่มีความผูกพันกับความเป็นไทยไม่น้อย และยังเป็นหนึ่งในผู้อุทิศแรงกายแรงใจให้กับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสวิตเซอร์แลนด์ ในบทบาทของประธานสมาคมวัดไทย ประจำวัดศรีนครินทรวราราม วัดไทยที่สำคัญในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Gretzenbach รัฐ Solothurn

คุณ Alkan ได้ถ่ายทอดเส้นทางชีวิตที่เริ่มต้นเป็นคู่ขนานกับประเทศไทยและพระพุทธศาสนา ก่อนที่จะมาบรรจบและผูกสัมพันธ์กันอย่างกลมเกลียวและเต็มไปด้วยความรักมาจนกระทั่งทุกวันนี้

**************************************************************************************************    

ในฐานะเด็กชายที่เติบโตในครอบครัวเชื้อสายตุรกีซึ่งตั้งรกรากในสวิตเซอร์แลนด์ และศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียน Kantonale Mittelschule เมือง Altdorf รัฐ Uri ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำที่นับถือศาสนาคริสต์โรมันคาทอลิก ในชีวิตช่วงต้นของผมจึงห่างไกลกับประเทศไทยและพระพุทธศาสนาโดยสิ้นเชิง แต่กาลเวลาที่ทำให้ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเทศไทย จนกระทั่งได้พบรักและแต่งงานกับคนไทยเป็นส่วนสำคัญที่เพิ่มพูนความรักในประเทศไทยและความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาจนมีบทบาทที่สำคัญในชีวิตของผมในทุกวันนี้

ผมขอเล่าย้อนไปยังจุดแรกเริ่มที่นำพาให้ผมได้สัมผัสกับความเป็นไทย คือ เมื่อปี 2534 หรือ 30 ปีที่แล้ว ในตอนนั้นผมอายุได้ 25 ปี เพิ่งสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโทจากสถาบัน Swiss Federal Institute of Technology (ETH) ในรัฐซูริก และตามประสาฝรั่งที่นิยมใช้เวลาช่วงนี้สะพายเป้เดินทางผจญภัยในโลกกว้าง ผมก็ได้เลือกภาคอีสานของประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการผจญภัยในครั้งนั้น

นับเป็นโชคชะตาที่นำพาให้ผมได้สัมผัสถึงวิถีไทยโดยแท้ เมื่อได้รับอนุญาตให้ไปพักที่บ้านของครอบครัวชาวไทยผู้ใจดีในหมู่บ้านโคกเจริญ ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เป็นเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ ซึ่งแม้จะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ แต่ก็ทำให้ผมได้ทำความรู้จักกับความเป็นไทยอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับอันอบอุ่นจากครอบครัวชาวไทย บรรยากาศไทยอีสานที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม วิถีเกษตรแบบไทย ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงาม และเป็นครั้งแรกที่ผมได้เรียนรู้ถึงวิถีไทยที่มีพระพุทธศาสนาปรากฏอยู่ในทุกช่วงเวลาของชีวิต โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง และสะท้อนออกมาในความสุภาพ ใจเย็น มีมิตรไมตรี และน้ำใจอันดีของชาวไทยที่พร้อมหยิบยื่นให้ผมตลอดเวลาที่ได้ใช้ชีวิตในหมู่บ้านแห่งนั้นและเป็นครั้งแรกของการรู้จักประเทศไทยที่ตราตรึงอยู่ในใจผม

   พิธีสมรสระหว่างผมกับอภิญญา

ความผูกพันของผมที่มีต่อประเทศไทยแน่นแฟ้นขึ้นอีก โดยเมื่อปี 2537 หรือ 3 ปี หลังจากที่ผมได้เดินทางไปประเทศไทยเป็นครั้งแรก ผมได้พบรักและสมรสกับอภิญญาฯ (คุณอภิญญา มาด้วง) หญิงไทยจากจังหวัดชัยภูมิ และกว่า 2 ปี หลังจากพิธีวิวาห์ ผมเดินทางไป ๆ มา ๆ ระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับประเทศไทยเพื่อเยี่ยมเยียนอภิญญาฯ ที่ยังพำนักอยู่ในประเทศไทยในขณะนั้น แต่ละครั้งประมาณเกือบ 1 เดือน ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีที่ผมได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบไทย ๆ อีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่ความแตกต่างของสถานที่จากจังหวัดสุรินทร์เป็นบ้านส้มป่อย อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ แต่ยังต้องเปลี่ยนจากการทำ ความรู้จักเป็นการเรียนรู้วิถีไทยให้ได้มากที่สุด ดังนั้น ในระหว่างที่อาศัยกับครอบครัวของภรรยา ผมจึงมีความมุ่งมั่นที่จะตักตวงซึมซับความเป็นไทยให้มากเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะการใช้เวลาในแต่ละวันเรียนรู้ศาสตร์วิถีชาวนา ไม่ว่าจะเป็นการปลูกข้าว การดำนา หรือการเก็บเกี่ยว และที่สำคัญ คือ การศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างจริงจังตามคำแนะนำของครอบครัวของอภิญญาฯ ที่ล้วนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ยึดมั่นในหลักธรรมคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างเคร่งครัด

จากการศึกษาพระธรรม ผมก็เริ่มสัมผัสถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาที่นำมาซึ่งความสงบร่มเย็น รวมถึงการปฏิบัติตัวให้อยู่ในศีลและความดีงาม จนทำให้ผมตัดสินใจครั้งสำคัญในการเป็นพุทธศาสนิกชนอีกคนหนึ่ง ตลอดจนได้ก่อร่างสร้างความเป็นไทยและความเป็นชาวพุทธในจิตใจของผม ต่อมา ผมได้พาภรรยากลับมาอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งชีวิตคู่ตลอดระยะเวลา 17 ปี ของเราก็เปี่ยมไปด้วยความรักและความสุข สมกับคำอวยพรที่ได้รับจากการบายศรีสู่ขวัญของญาติพี่น้องของอภิญญาฯ ก่อนที่เราทั้งสองเดินทางจากประเทศไทยมา

ในช่วงแรกที่อภิญญาฯ มาอยู่กับผมที่สวิตเซอร์แลนด์ ผมพยายามมองหาชุมชนไทยในสวิตเซอร์แลนด์เพื่อให้ภรรยาผมได้มีปฏิสัมพันธ์กับพี่น้องคนไทยที่อยู่ไกลบ้านด้วยกันจะได้คลายเหงาจากอาการคิดถึงบ้าน และอีกส่วนหนึ่งก็เติมเต็มความสุขของผมเองที่มีใจผูกพันและเฝ้าคำนึงถึงประเทศไทยไปไม่น้อยกว่าภรรยา  เลยทีเดียว และทำให้ผมได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับวัดศรีนครินทรวราราม ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Gretzenbach รัฐ Solothurn และบังเอิญมากที่วัดดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากบ้านพักของเราออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร ซึ่งผมกับอภิญญาฯ ก็ไม่เคยทราบมาก่อน

เมื่อมาที่วัดศรีนครินทรวราราม ผมได้พบและสนทนาธรรมกับพระเทพกิติโมลี เจ้าอาวาส ซึ่งขณะนั้นยังต้องใช้ตู้คอนเทนเนอร์จำวัดแทนกุฏิสงฆ์ และการก้าวเข้าสู่เขตพัทธสีมาแห่งนี้ก็นำมาซึ่งความบังเอิญอีกประการ คือ อภิญญาฯ ได้ค้นพบว่า คุณจารึก มาด้วง หนึ่งในฆราวาสที่ทำหน้าที่ดูแลวัดแห่งนี้เป็นลูกพี่ลูกน้องที่สนิทกันตอนเป็นเด็ก แต่ขาดการติดต่อเป็นเวลานานจนไม่ทราบว่าได้มาปรนนิบัติรับใช้พระพุทธศาสนาอยู่ที่วัดแห่งนี้ ซึ่งความผูกพันที่นำผมและภรรยามาสู่วัดแห่งนี้อาจเป็นเรื่องของโชคชะตามากกว่าแค่ความบังเอิญก็เป็นได้

     การเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของวัดศรีนครินทรวรารามอย่างสม่ำเสมอ

ผ่านไปหลายปี ผมและอภิญญาฯ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขควบคู่ไปกับการปวารณาตัวเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของวัด ตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มในการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ของวัด การเข้าร่วมปฏิบัติธรรมตามโอกาสต่าง ๆ ทั้งการทำวัตรเย็นประจำสัปดาห์ นั่งสมาธิ หรือการเข้าร่วมงานวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาหรือวันสำคัญของประเทศไทย การเป็นหนึ่งในครูผู้สอนในค่ายธรรมะสำหรับเยาวชนเชื้อสายไทย-สวิส รวมถึงการดำรงตำแหน่งเหรัญญิกของสมาคมวัดไทย ประจำวัดศรีนครินทรวราราม ก่อนที่จะได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้หล่อหลอมความเป็นพุทธศาสนิกชนของผมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และได้ถ่ายทอดลงไปถึง Jayan Göcmen บุตรชายของผม ซึ่งตอนอายุ 9 ขวบ เมื่อปี 2549 ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดศรีนครินทรวราราม เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อศึกษาพระธรรมในเบื้องต้น และต่อมาในปี 2550 ผมก็ได้ม๊โอกาสเข้าร่วมพิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ทำให้ผมรู้สึกถึงความเป็นชาวพุทธโดยสมบูรณ์     

ผม พร้อมด้วยภรรยาและบุตรชายในระหว่างพิธีโกนผมไฟ

จากความประทับใจในหลักธรรมคำสอนขององค์พระศาสดา ผมจึงได้ทุ่มเทเวลาที่นอกเหนือจากการทำงานและครอบครัวให้กับวัดศรีนครินทรวรารามและการดำรงตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีด้วยการนำหลักธรรมมาใช้ในการครองตนและการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหัวหน้าครอบครัว และแม้แต่ในฐานะนักธุรกิจ ซึ่งผมจะต้องเดินทางระหว่างประเทศตลอดเวลา เมื่อมีโอกาสผมจะไปปฏิบัติธรรมตามพุทธศาสนสถานอยู่เสมอ เช่น เมื่อครั้งที่ผมได้เดินทางไปติดต่อธุรกิจที่อินเดีย ก็ได้ใช้เวลาว่างในการเข้าไปทำวัตรเย็นและนั่งสมาธิที่วัดแห่งหนึ่งในเมืองบังกาลอร์ ซึ่งพระครูโฆสิตพุทธิศาสตร์ (ธีรพันธ์ วชิรญาโณ – จากวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสและประธานสงฆ์วัดระฆัง ญี่ปุ่น) ได้รับนิมนต์ไปสอนนั่งสมาธิอยู่และก่อนจะกลับที่พัก ผมได้มีโอกาสเข้าไปกราบแนะนำตัวกับท่าน และนำมาซึ่งอีกเรื่องราวอันน่าประหลาดใจระคนดีใจเมื่อทราบว่า ท่านมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่บ้านส้มป่อยเช่นเดียวกับครอบครัวของภรรยาของผม และท่านเองก็รู้จักมักคุ้นกับพ่อแม่และญาติฝ่ายภรรยาผมเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นการตอกย้ำให้ผมรู้สึกถึงความผูกพันต่าง ๆ ที่แวดล้อมชีวิตของผมและบุคคลอันเป็นที่รักโดยมีพระพุทธศาสนาเป็นตัวเชื่อม

ผมและพระครูโฆสิตพุทธิศาสตร์

ปัจจุบัน ผมได้เรียนรู้ถึงหลักธรรมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นธรรมชาติ (natural) และก็ทำให้ผมรู้สึกยินดีที่ได้มีความผูกพันและความศรัทธาในพระพุทธศาสนาเช่นเดียวกับคนไทย อันเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความรู้สึกของความเป็นเอกภาพ ความรักและเมตตา ความเป็นมิตร และการปกป้องคุ้มครองแม้จะอยู่ห่างไกลเรื่องราวความผูกพันต่อประเทศไทยของผมโดยมีพระพุทธศาสนาเป็นศูนย์กลาง แม้จะเป็นเรื่องราวอันเรียบง่าย แต่ก็เปี่ยมไปด้วยคุณค่าสำหรับผม และนำมาซึ่งความรักในประเทศไทยและพระพุทธศาสนาที่อาจไม่หวือหวา แต่ก็เป็นไปอย่างบริสุทธิ์และมั่นคงและจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป ในการนี้ ผมต้องขอขอบคุณ ทุกคนที่ได้ให้ผมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตแบบไทยพุทธจนทุกวันนี้

   ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานสมาคมวัดไทย

โดย Alkan Göcmen
CEO บริษัท Peter Fuchs Technology Group
ประธานสมาคมวัดไทย วัดศรีนครินทรวราราม


Swiss Stories in Thailand | เรื่องเล่าชาวสวิส


Other articles | บทความอื่น ๆ


Subscribe for latest news | ลงทะเบียนรับข่าวสาร

Leave a Reply