แลหลังความสัมพันธ์ 90 ปี : มุมมองของอดีตทูตไทยประจำสวิตเซอร์แลนด์ (ตอนจบ)

Posted by

อ่านตอนที่ 1 แลหลังความสัมพันธ์ 90 ปี : มุมมองของอดีตทูตไทยประจำสวิตเซอร์แลนด์ (ตอนที่ 1)

อัตลักษณ์เฉพาะตัวของชาวสวิสเป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า เพื่อนชาวสวิสมักเล่าให้ฟังเสมอว่า สวิตเซอร์แลนด์ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติหรือแร่ธาตุสำคัญเชิงเศรษฐกิจอะไรเลย นอกจากสิ่งที่ธรรมชาติได้สร้างมาในรูปภูเขา หิมะ ทะเลสาบ ทุ่งหญ้า และมนุษย์ แต่ทำไมสวิตเซอร์แลนด์จึงกลายเป็นประเทศที่มั่งคั่งล้ำหน้าในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว จึงเป็นที่น่าสนใจมากว่า จุดแข็งของสวิตเซอร์แลนด์ประกอบด้วยอะไรบ้าง ประการสำคัญที่สุด คือ ทรัพยากรมนุษย์ ชาวสวิสเป็นกลุ่มชนชาติที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดมากในทุกเรื่อง มีแนวปฎิบัติทางสังคม และจิตวิญญาณแห่งยุค (zeitgeist) ที่มีรากฐานของความเป็นอนุรักษ์นิยม มีระบบโครงสร้างที่สนับสนุนการศึกษาที่แข็งแกร่ง มีความโชคดี มีการเลือกใช้นโยบายที่เป็นกลางและการสร้างอำนาจการต่อรองตามการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบกระจายอำนาจอย่างแท้จริง การไม่ผูกติดกับตัวบุคคลหรืออำนาจ ซึ่งเห็นได้จากการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีที่มีวาระเพียง 12 เดือน ก่อนสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนให้รองประธานาธิบดีขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ประชาชนสวิสในแต่ละเขตจะมีโอกาสลงคะแนนเสียงตัดสินใจเลือกกฎหมายและ กฎข้อบังคับที่ส่งผลกระทบหรือเป็นประเด็นสำคัญเร่งด่วนของประเทศอยู่เสมอ

ปัจจัยจุดแข็งเหล่านี้ทำให้ชาวสวิสทุกคนได้รับประโยชน์เรื่อยมา รวมทั้งเอื้ออำนวยให้ชาวสวิส ซึ่งถึงแม้ว่าจะพูดต่างภาษากัน ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยความรักสามัคคีและปรองดอง ถ้าย้อนไปดูถึงอดีตสงครามทางศาสนาในฝรั่งเศส ซึ่งผู้ที่ยึดมั่นในนิกายโรมันคาทอลิกได้ประหัตประหารผู้ที่นับถือนิกายโปรเตสแตนต์  Huguenots ส่งผลให้ชาวฝรั่งเศสกลุ่มนี้หลบภัยหนีออกนอกประเทศ ในจำนวนนี้ หลายครอบครัวได้อพยพไปทางตะวันออกเข้ามาตั้งรกรากในสวิตเซอร์แลนด์ในเขตที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสในปัจจุบัน โดยนำทักษะด้านการทำนาฬิกา พร้อมกลไก  ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในเครื่องนาฬิกาติดตัวมาด้วย ส่วนทางใต้ของสวิตเซอร์แลนด์ ชาวอิตาเลียนนิกายโปรเตสแตนต์ที่ถูกขับไล่ออกจากประเทศพร้อมกับองค์ความรู้และฝีมือด้านสิ่งทอ ได้อพยพขึ้นเหนือและปักหลักในเขตรัฐทีชีโน ส่วนในเขตที่ใช้ภาษาเยอรมัน มีชาวสวิสที่พูดภาษาเยอรมันและเยอรมันท้องถิ่นอยู่แล้ว หลายรัฐมีความใกล้ชิดกับเยอรมนีซึ่งเก่งทางด้านการผลิตเครื่องจักรกล ชาวต่างชาติที่มีองค์ความรู้ที่สำคัญของยุโรปสมัยนั้นได้หลบภัยความขัดแย้งทางศาสนาเข้ามากลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันกับชาวสวิสท้องถิ่นที่มีความขยัน อดทน และ สอดรับกันได้ดีกับพื้นฐานด้านเกษตรกรรมของชาวภูเขาดั้งเดิม กอปรกับสภาพดินฟ้าอากาศสวิสที่มีความหนาวเหน็บและมีช่วงที่หิมะตกหนาทึบเป็นเวลานานในแต่ละปี ทำให้มีเวลาว่างมากในแต่ละช่วงของปี จึงสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ จากชาวยุโรปนิกายโปรเตสแตนต์ได้ไม่ยาก ชาวสวิสจึงกลายเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและมีบุคลิกที่เด่นในด้านความมีวินัย ความแม่นยำ ตรงต่อเวลา รวมถึงการคิดวางแผนที่อยู่บนพื้นฐานของความละเอียดเป็นหลัก

วินัยเรื่องการตรงต่อเวลาเป็นแรงผลักดันให้การบริการสาธารณะมีประสิทธิภาพสูง ในวงการทูต หากไปถึงงานเลี้ยงที่ได้รับเชิญก่อนเวลาห้าถึงสิบนาทีถือว่าไม่มีมารยาท ก่อนสองสามนาทีนับว่าตรงเวลา ช้าห้านาทีขึ้นไปถือว่าสายแล้ว ยิ่งในสภาวะที่อากาศหนาวมาก การตรงต่อเวลาและการยึดถือเวลาตามกำหนดยิ่งมีความสำคัญในชีวิตประจำวันของชาวสวิส ดังเห็นได้จากระบบการขนส่งมวลชนสาธารณะ ประชาชนสวิสส่วนใหญ่ใช้บริการรถเมล์หรือรถไฟ ดังนั้น ตารางเวลาจำเป็นต้องเที่ยงตรงมาก ผู้เดินทางสามารถวางแผนได้อย่างแม่นยำว่าจะต้อง เริ่มขยับตัวเมื่อไหร่เพื่อไปให้ทันเวลา ไม่ต้องทนรับสภาพรอคอยท่ามกลางความหนาวเหน็บที่ป้ายรถเมล์หรือชานชาลาสถานีรถไฟ ส่วนคุณสมบัติด้านความละเอียดก็เป็นปัจจัยหลักเช่นกันที่ทำให้ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สามารถพัฒนาความเก่งด้านธุรกิจการเงินจนกลายเป็นศูนย์กลางด้านการเงินและทองคำในยุโรป เช่นในกรณีที่ส่วนต่างของการแลกเปลี่ยนเงินตราอาจมีจำนวนเพียงเล็กน้อย แต่หากเมื่อมูลค่าเงินตรานั้นมีปริมาณสูงมาก ผลต่างก็จะมากเช่นกัน และยิ่งมีเงินตราหลากหลายสกุลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ผลต่างดังกล่าวจะยิ่งมากแบบทวีคูณ นอกจากนี้ ในภาคการผลิต ความละเอียดเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการผลิตและการใช้เครื่องจักรกลที่ต้องอาศัยความแม่นยำ (precision machine) เช่น การผลิตกลไกส่วนประกอบนาฬิกา รากฟันเทียมที่ทำจากเซรามิก เทคโนโลยีป้องกันการปลอมแปลงเอกสารและธนบัตร การวางระบบตรวจสอบคุณภาพและปริมาณการอุปโภคกระแสไฟฟ้า หรือชิ้นส่วนย่อยของเครื่องจักรที่มีขนาดเล็กมาก ๆ นั้น สินค้าคุณภาพสวิสได้รับการยอมรับในระดับโลกและขึ้นชื่อมากในเรื่องมาตรฐานและประสิทธิภาพที่สูงมาก

ผู้นำสวิสในอดีตนับว่าเป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าและมีวิสัยทัศน์อันกว้างไกลที่ตระหนักถึงจุดอ่อนของประเทศตนที่ขาดทรัพยากรธรรมชาติและแร่ธาตุที่มีมูลค่าเชิงเศรษฐกิจที่จำเป็นต่อการสร้างชาติ จึงได้ผลักดันและทุ่มเทให้กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยการยกระดับการศึกษาให้มีมาตรฐานสูง ในระดับโลกมีชาวสวิสจำนวน 26 คน และองค์กรสวิส 2 แห่ง ที่ได้รับรางวัล Nobel Prize เพียงเฉพาะมหาวิทยาลัย ETH Zurich แห่งเดียว มีอดีตนักศึกษาถึง 6 คนที่ได้รับรางวัลนี้ ซึ่งรวมถึงชาวสวิสที่มีชื่อเสียงอย่างนายอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ตำนานนักวิทยาศาสตร์ชั้นบรมครูของโลก และนายอังรี ดูนังต์ ผู้ร่วมก่อตั้งกาชาดสากล ซึ่งต่อมาท่านได้รับการยกย่องเกียรติคุณโดยชื่อของท่านได้ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อถนนใจกลางกรุงเทพฯ ด้วย นอกจากนี้ ชาวสวิสยังให้ความสำคัญและเน้นขีดความสามารถในการเรียนวิทยาศาสตร์ (science) เทคโนโลยี (technology) คณิตศาสตร์ (mathematics) และวิศวกรรมศาสตร์ (engineering) หรือที่ย่อว่า STEM ซึ่งเป็นการสร้างพื้นฐานองค์ความรู้ที่แข็งแกร่งของสวิตเซอร์แลนด์ที่มีจุดแข็งด้านการสร้างเครื่องจักรกล งานออกแบบสถาปัตยกรรมชั้นสูง โครงสร้างพื้นฐานอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ตลอดจนเวชภัณฑ์ โดยมีบริษัทยาและเคมีภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ Novartis, Sandoz, Roche และ Ciba-Geigy เป็นต้น อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสนใจมากที่ชาวสวิสเมื่อถึงเวลาเจ็บป่วยมักจะไม่ค่อยทานยาจนกระทั่งจำเป็นจริง ๆ โดยเฉพาะโรคหวัด หากมีอาการไอ มีไข้สูง ชาวสวิสจะแนะนำให้นอนพักและดื่มน้ำให้มาก ๆ โดยเชื่อว่าการมีไข้ถือว่าดีเพราะทำให้ร่างกายสร้างและปรับภูมิคุ้มกันภายในตัว แต่ทั้งนี้ ต้องไม่ปล่อยให้อุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส

ในปัจจุบัน นักเรียนไทยนิยมไปศึกษาที่สวิตเซอร์แลนด์ ส่วนใหญ่ด้านกิจการโรงแรมและการท่องเที่ยวเนื่องจากสวิตเซอร์แลนด์ถือเป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่มีความยั่งยืน และความมีเสน่ห์เฉพาะตัวของแต่ละท้องถิ่น จนติดอันดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของโลก มีสภาพอากาศที่บริสุทธิ์โดยเฉพาะบนเทือกเขาแอลป์ มีทะเลสาบและแม่น้ำลำธารที่ใสสะอาดเหมือนกระจกแก้ว ซึ่งเป็นผลจากนโยบายของรัฐที่ได้เริ่มดำเนินการจัดการกับแหล่งน้ำทั้งหลายที่เน่าเสีย ขาดออกซิเจน และสกปรกมากเมื่อ 60 ปีที่แล้ว นักศึกษาต่างชาติจะได้ประโยชน์จากความหลากหลายของวัฒนธรรมการมีภาษาราชการถึงสี่ภาษาให้เรียนและฝึกใช้ ได้แก่ เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาเลียน และโรมานช์ ส่วนภาษาอังกฤษก็เป็นภาษาที่ใช้กันทั่วประเทศ

หลักสูตรการโรงแรมและท่องเที่ยวมีมาตรฐานสูงและครอบคลุมทักษะทุกด้านที่สะท้อนอุปนิสัยชาวสวิสที่มีความใส่ใจในรายละเอียด การศึกษาต้องเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฎิบัติได้ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การดูแลบริหารโรงแรมแบบครบวงจรจาก A ถึง Z การรักษาห้องพักห้องน้ำให้สะอาดเรียบร้อย การทำอาหาร เครื่องดื่ม และการผสมเครื่องดื่มค็อกเทลทุกชนิด จนถึงการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว ทั้งนี้ เราสามารถเข้าใจถึงคุณภาพการศึกษาด้านการบริหารโรงแรมของสวิส โดยเห็นได้จากอดีตนักเรียนการโรงแรมที่ศึกษาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ส่วนใหญ่จะอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ หรือตำแหน่งบริหารที่สำคัญของโรงแรมระดับห้าและหกดาวที่กระจายอยู่ทั่วไทย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถสูง

บทสรุป มิตรภาพระหว่างไทย-สวิตเซอร์แลนด์ มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งในทุกมิติ แต่การรักษาความยั่งยืนของมิตรไมตรีขึ้นอยู่กับการให้เกียรติ ความเข้าใจระหว่างกันถึงอุปนิสัย วัฒนธรรม ประเพณีของกันและกัน ชาวสวิสโดยทั่วไปอาจดูเป็นคนยิ้มยากไม่เหมือนคนไทย แต่หากได้รู้จักคุ้นเคยและรู้จักกันดี ๆ แล้ว เราจะพบว่า ชาวสวิสมีพื้นฐานจิตใจดี เปิดกว้าง รักเพื่อน เปิดบ้านให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น แต่ชาวสวิสจะระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายเงิน เนื่องจากค่าครองชีพสูงมาก ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าสามารถขายได้ชามละเกือบพันบาท หรือไข่เจียวง่าย ๆ อาจมีราคาสูงถึงหลายร้อยบาท ชาวสวิสเป็นผู้ที่รักษากฎระเบียบอย่างเคร่งครัดและมีความคาดหวังให้คนอื่นปฎิบัติเช่นนั้นด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเรื่องการจราจร การงดใช้เสียงดังในยามวิกาล หรือการตรงต่อเวลาแบบวินาที แม้ว่าสวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่ถูกปิดล้อมไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่เป็นประเทศที่มีเสถียรภาพมั่นคง ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใครแม้กระทั่งสมัยสงครามโลก เนื่องจากมีนโยบายที่เป็นกลาง และรู้จักถ่วงดุลอำนาจได้อย่างดี นอกจากนั้น สวิตเซอร์แลนด์มีกำลังทหารที่มีแสนยานุภาพและมีการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในกองทัพ กองทัพอากาศสวิสมีความทันสมัยและจัดเก็บเครื่องบินในที่หลบซ่อนภายในภูเขาหรือในพื้นที่ลับห่างจากสายตาและการเข้าถึง ของสาธารณชน การตัดถนนไฮเวย์ที่มีขนาดกว้าง รากฐานใต้ถนนที่แข็งแรง และเป็นเส้นตรง ซึ่งพร้อมปรับเปลี่ยนให้เป็นสนามบินฉุกเฉินได้ทันที สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับกองทัพสวิสนั้น คือจำนวนทหารอาชีพซึ่งมีน้อยมาก จำนวนเพียงหลักหมื่นต้น ๆ แต่หากเกิดสงคราม กองทัพสวิสสามารถระดมพลจากประชากรทั้งชาติเป็นแสน ๆ ได้ภายในสามวันเท่านั้น ชายสวิสทุกคนที่มีอายุระหว่าง 19 – 34 ปี จะต้องฝึกวิชาทหารระยะสั้นเป็นเวลา 18 สัปดาห์ เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกอย่างเป็นทางการแล้ว ยังจะต้องฝึกยิงปืนเพื่อรักษาความแม่นยำ รวมทั้งรักษาสุขภาพให้แข็งแรงตามมาตรฐานที่กองทัพกำหนดจนถึงอายุ 34 ปี ด้วยเหตุนี้ ตามหมู่บ้านสวิส แม้จะเป็นท้องถิ่นห่างไกล จะมีสนามซ้อมยิงปืนอยู่ทุกที่ และบางแห่งมีพื้นที่สำหรับการฝึกซ้อมยิงรถถัง สนามซ้อมยิงปืนสวิสนับได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการรักษามาตรฐานและประสิทธิภาพในการรบและเป็นที่นิยมโดยทั่วไป

ตลอดระยะเวลา 90 ปี การเข้าใจประเทศสวิตเซอร์แลนด์อย่างลึกซึ้งในทุกมิติเป็นปัจจัยหล่อหลอมความสัมพันธ์ไทย – สวิตเซอร์แลนด์ให้ราบรื่นจนถึงปัจจุบัน และนับว่ามิตรภาพของทั้งสองประเทศที่ผ่านมาอยู่ในขั้นดีเลิศ เหมือนเป็นประเทศที่ถูกโชคชะตาลิขิตกำหนดให้อยู่คู่กันบนโลก มีความเหมือนกันในการรักษาความเป็นชาติของตน ดังเช่นในช่วงสงครามโลก ที่สวิตเซอร์แลนด์เป็นเหมือนไข่แดงถูกล้อมรอบด้วยไข่ขาว ในขณะที่ไทยก็เป็นไข่แดงและรอดพ้นปากเหยี่ยวปากกาในยุคการล่าอาณานิคม รวมถึงสามารถนำประเทศรอดพ้นภัยคุกคามทั้งภายในและภายนอกประเทศจากลัทธิคอมมิวนิสต์ในอดีต อันเป็นผลของการที่ไทยและสวิตเซอร์แลนด์มีกลยุทธ์ที่แยบยล  มีความสามารถในการประเมินเหตุการณ์และถ่วงดุลอำนาจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในขณะที่ความสัมพันธ์ไทย – สวิตเซอร์แลนด์มีความแน่นแฟ้นและรากฐานที่หยั่งลึกมั่นคงตลอด 90 ปีที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันนับว่าเป็นความท้าทายอย่างยิ่งเมื่อต้องมองไปอนาคตข้างหน้าอีกเก้าทศวรรษ ซึ่งโลกเราคงมีประเพณีปฏิบัติทางสังคมและจิตวิญญาณแห่งยุค (zeitgeist)  หรือ การเล่าขานถึงวิถีชีวิต modern narrative ที่นอกเหนือการคาดเดาได้ เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว ชีวิตประจำวันมีเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ช่วยจนดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา การสื่อสารจะเหมือนจริงมากขึ้นด้วยระบบการสร้างภาพโฮโลแกรม สุขภาพที่ต้องต่อสู้กับไวรัสตัวใหม่ที่ร้ายแรงและขยายพันธุ์ได้อย่างน่ากลัวจากไข้หวัดสเปน (พ.ศ. 2461) จนถึงโควิด-19 (พ.ศ. 2563) การปฏิวัติระบบการเงิน หรือ เงินสกุลดิจิทัล การศึกษาจากแหล่งความรู้ในโลกดิจิทัลที่ง่ายต่อการพัฒนา hard skills ของประชาชน การบริหารประเทศที่ต้องตอบสนองความต้องการของสังคมและการพัฒนาประเทศในทิศทาง smart city หรือ smart nation มนุษย์จะมีความผูกพันกับอวกาศนอกโลกมากขึ้น ระบบดาวเทียมมีเทคโนโลยีก้าวหน้าล้ำยุค การมีสิ่งที่จะค้นพบบนดาวอังคารหรือดาวดวงอื่น การนำพลังงานไฟฟ้ามาใช้จากอวกาศ การจัดตั้งฐานทัพนอกโลก และการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์จากเทคโนโลยีอวกาศอันทันสมัย

ความท้าทายเหล่านี้ในภายภาคหน้า ย่อมมีผลกระทบอย่างมหาศาลต่อมวลมนุษย์และยากต่อการคาดการณ์ อย่างไรก็ดี หากเรามีแสงสว่างทางปัญญา และมีสติระลึกรู้อยู่กับปัจจุบัน ก็เชื่อว่า ไม่ว่าโลกใบนี้ จะตกอยู่ภายใต้ความท้าทายใด ๆ ความสัมพันธ์ไทย – สวิตเซอร์แลนด์ก็จะถูกธำรงรักษาไว้ให้มีความดีเลิศไปชั่วกาลนาน เพื่อประโยชน์ ความเจริญก้าวหน้า ความมั่นคงปลอดภัย และความผาสุกของประชาชนชาวไทยและสวิสสืบต่อไป

**************

ประดาป พิบูลสงคราม
อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสมาพันธรัฐสวิส
(พ.ศ. 2547 – 2550)


One comment

Leave a Reply